คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหารมีประวัติความเป็นมายาวนาน แต่เดิมวิชาเกษตรกรรมของสถานศึกษาฝึกหัดครูถือเป็นกิจกรรมนอกหลักสูตรและเน้นภาคปฏิบัติเป็นสำคัญ เพื่อเป็นการเตรียมบุคลากรครูที่จะจบการศึกษาให้มีความรู้ทางด้านเกษตรกรรม ให้สามารถสอนวิชาที่เกี่ยวข้องกับด้านเกษตรกรรมแก่นักเรียนได้ ซึ่งรวมทั้งด้านการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ จึงจัดให้มีกิจกรรมนอกหลักสูตรทางด้านนี้ขึ้น ต่อมามีการพัฒนาวิชาเกษตรกรรมให้แฝงอยู่ในวิชาวิทยาศาสตร์ จนถึงช่วงก่อน พ.ศ. 2526 ประเทศไทยประสบปัญหา “ครูล้นตลาด” กรมการฝึกหัดครูจึงปรับ พ.ร.บ. วิทยาลัยครูให้สามารถผลิตนักศึกษาสาขาอื่นได้นอกจากผลิตครู ดังนั้น พ.ศ. 2526 – 2527 วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ดำเนินงานสนอง พ.ร.บ. ใหม่ของกรมการฝึกหัดครู โดยเปิดสอนสาขาพืชศาสตร์และสัตวบาล ในรูปของวิทยาลัยชุมชนและร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่สร้างศูนย์ขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผล หน่วยขยายพันธุ์ส้มโอ ซึ่งเป็นโครงการตามแนวพระราชดำริฯ ณ บริเวณทุ่งทะเลแก้ว โดย หม่อมเจ้าจักรพันธุ์ เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ องคมนตรี เสด็จมาเป็นประธานในพิธีเปิดป้ายศูนย์ขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผล งานสาธิตฝึกอบรมและส่งเสริมอาชีพราษฎรตามแนวพระราชดำริฯ หน่วยขยายพันธุ์ส้มโอ และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ ภาควิชาเกษตรศาสตร์ ได้รับงบประมาณในการจัดสร้างอาคาร ภาควิชาเกษตรศาสตร์ 1 หลัง (ปัจจุบันคือ อาคารโรงงานแปรรูปนมสดพาสเจอร์ไรส์ทะเลแก้ว) สำหรับใช้เป็นสถานศึกษาของนักศึกษาเกษตร ที่ทะเลแก้ว
        พ.ศ.2528 วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม พิษณุโลก ได้รับการพิจารณาอนุมัติให้เปิดสอนคณะวิชาเกษตรและอุตสาหกรรม โดยปรับจากภาควิชาเกษตรศาสตร์เดิมและจัดองค์กรการบริหารงานเป็นคณะวิชา เช่นเดียวกับคณะวิชาอื่นๆ
        พ.ศ.2529 วิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ได้ร่วมมือกับวิทยาลัยชุมชนแคนาดาเพื่อพัฒนาบุคลากรผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร โดยให้ทุนอาจารย์ไปศึกษาอบรมและศึกษาดูงานที่ประเทศแคนาดา และในขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านการแปรรูปอาหารจาก St. Clair College และ Olds College ได้มาอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการแปรรูปอาหารและแปรรูปนม รวมถึงมีการติดตั้งเครื่องมืออุปกรณ์การแปรรูปอาหารและแปรรูปนม ซึ่งสามารถใช้เป็นอุปกรณ์การสอนนักศึกษา ฝึกอบรมและการแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร
        พ.ศ.2530 ภาควิชาเกษตรศาสตร์ ซึ่งได้ทดลองดำเนินงานในรูปแบบของคณะวิชา มาระยะหนึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 ได้รับการยกฐานะให้เป็นคณะวิชาเกษตรและอุตสาหกรรม ตาม พ.ร.บ. วิทยาลัยครูพุทธศักราช 2528 โดยมีการแบ่งส่วนราชการภายในคณะวิชาออกเป็น 3 ภาควิชา คือ ภาควิชาเกษตรศาสตร์ ภาควิชาส่งเสริมและสื่อสารการเกษตรและภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร
        พ.ศ.2531 นายโสภน สุวรรณโรจน์ อธิการบดีวิทยาลัยครูพิบูลสงคราม ในช่วงเวลานั้น มีนโยบายสร้าง College farm บริเวณด้านหลังสวนรัชมังคลาภิเษก และสร้างอาคารคณะวิชาเกษตรและอุตสาหกรรมในพื้นที่ดังกล่าว (ปัจจุบันเป็นอาคารศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ทะเลแก้ว เพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและโครงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการใช้น้ำมันไบโอดีเซล ตามแนวพระราชดำริฯ) ซึ่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2532 นอกจากนี้ในปี พ.ศ. 2531 ทางภาควิชาส่งเสริมและสื่อสารการเกษตร ได้เปิดสอนระดับปริญญาตรี 2 ปีหลังอนุปริญญา เพื่อเป็นการต่อยอดในระดับอนุปริญญา
        พ.ศ.2532 ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร ได้เริ่มเปิดสอนนักศึกษาระดับอนุปริญญารุ่นแรกในโปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
        พ.ศ.2534 ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร เปิดสอนนักศึกษาโปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหารระดับปริญญาตรี โดยรับโอนนักศึกษาในระดับอนุปริญญารุ่นแรกเข้าศึกษาต่อเป็นระดับปริญญาตรี
        พ.ศ.2538 มีการประกาศใช้ พ.ร.บ. สถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น คณะเกษตรและอุตสาหกรรม
        พ.ศ.2542 เปลี่ยนชื่อจากคณะเกษตรและอุตสาหกรรม เป็น คณะเทคโนโลยีการเกษตร และมีการปรับโครงสร้างการบริหารงานภายในคณะฯ โดยมีการยุบภาควิชาเหลือเฉพาะโปรแกรมวิชา ซึ่งมีทั้งหมด 3 โปรแกรมวิชา คือ โปรแกรมวิชาเกษตรศาสตร์ โปรแกรมวิชาสัตวบาล และโปรแกรมวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร
        พ.ศ.2545 คณะฯ ได้รับงบประมาณแผ่นดินในการก่อสร้างอาคารปฏิบัติการแปรรูปอาหารและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เป็นอาคาร 2 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยประมาณ 1,000 ตารางเมตร
        พ.ศ.2547 เปลี่ยนชื่อจากคณะเทคโนโลยีการเกษตร เป็นคณะเทคโนโลยีการเกษตรและอาหาร ตามกฎกระทรวงและในวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ.2547 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จัดตั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏขึ้นแทนสถาบันราชภัฏ ทำให้สถาบันราชภัฏมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏ ตามพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547

สารสนเทศของคณะ

บริการนักศึกษา